kitipong's profilePongpong_Dent's SpaceBlogListsGuestbookMore ![]() | Help |
Pongpong_Dent's Space |
|||||||||||
|
สวัสดีทุกท่าน... อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเมนท์ด้วยนะ...
NOK seesib40wrote:
แวะมาเยี่ยมค่ะ
แล้วไปเยี่ยมกันบ้างนะ
July 29
ไหว้พระ 9 วัดเอามาลงใหม่แล้วนะ...IEอ่านได้แน่นอน
Dec. 31
เรื่องไหว้พระ 9 วัด ลบทิ้งไปแล้วนะ เพราะอ่านใน IE แล้วไม่รู้เรื่อง...ถ้าหาทางแก้ได้แล้วจะมาลงใหม่...
Dec. 22
|
March 22 เรื่องขนหัวลุกในคลีนิกเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าโดยตรง ทุกคนคงรู้ว่าคลีนิกการเรียนการสอนของคณะเราอยู่ที่ชั้น 7 (สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนที่ทันตะมศว ก็รู้ซะนะ) . . . เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเวลาประมาณเกือบๆ 4 โมงเย็น แสงแดดสีส้มของพระอาทิตย์ยามเย็นได้สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในคลีนิก อากาศขณะนั้นค่อนข้างร้อนเนื่องด้วยไอแดดที่สาดเข้ามา และเสื้อกาวน์แขนยาวแถมนั่งอยู่ใต้แอร์ . . . ขณะที่ข้าพเจ้าทำงานคลีนิกตามปกติอยู่นั้น จู่ๆก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ แล้วก็รู้สึกหนาวขึ้นมาเฉยๆทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ร้อนจนเหงื่อออก แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปแต่ความรุ้สึกดังกล่าวก็มาเป็นระยะๆ ทำให้ในหัวนึกถึงเรื่องต่างๆที่เคยได้ยินได้ฟังมาจนไม่มีสาธิทำงาน . . . วันนั้นข้าพเจ้าทำงานเสร็จค่อนข้างช้าคนอื่นๆจึงออกไปจากคลีนิกกันเกือบหมดแล้ว ขณะที่กำลังเก็บของอยู่คนเดียวนั้น จู่ๆข้าำพเจ้าก็สะดุ้ง ขนลุก กล้ามเนื้อทั้งตัวหดเกร็ง มองไปรอบๆก็ไม่มีใครอยู่เลย ตอนนั้นกลัวจริงๆคิดแค่ว่า ไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้วอยากออกไปข้างนอก . . . ข้าพเจ้า รีบเดินออกมา พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดและเดินอย่างรวดเร็วขั้นไปที่ชั้น8 ตอนนั้นแทบไม่มีสติทำอะไรแล้ว รู้แต่ว่าต้องเดิน . เดิน . เดิน . และเดิน ข้าพเจ้า
ไม่ต้องการพูดคุยกับใคร ไม่ต้องการทักใครในตอนนี้
เข้าเจ้าเดินผ่านหน้าห้องปูน ลิฟต์
แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางเดินผลักประตูที่สองจากขวา ล็อค!!! ใครล็อคว่ะ ข้าพเจ้าจึงรีบเปลี่ยนไปห้องที่สามแทน รีบปิดประตู เช็คว่าสายชำระมีน้ำไหลดีตามปกติ แล้วจึงทำธุระอย่างทันท่วงที... เฮ้อ!!! เกือบตาย
สวัสดี... ปล. กรุไม่ได้แต่งขึ้นมานะเว้ย ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงทุกประการ January 11 ปีใหม่...ขอตะโกนดังๆว่า... สอบเสร็จแล้วโว้ย โว้ย โว้ย โว้ย โว้ย !!! หลังปีใหม่มาก็มีแต่สอบๆๆๆ แม้จะแค่ 4 วิชา แต่เมื่อรวมกับความลำบากตรากตรำในงานคลีนิกแล้วมันก็หนักใช่เล่น ปีใหม่แท้ๆกลับต้องมานั่งอ่านหนังสือสอบ...ชีวิตช่างโหดร้ายยยยยยยยยย!!! เอาเถอะบ่นไปก็เท่านั้นปีใหม่ทั้งที(หลายวันมาแล้วล่ะ...)มาตั้งเป้าหมายอะไรดีๆกับชีวิตดีกว่า 10 สิ่งที่ข้าพเจ้าตั้งใจในปีนี้ 1. ตั้งใจกับการเรียนมากขึ้น... 2. ดูหนังทุกเรื่องที่มีคนบอกว่าเป็นหนังดี... 3. ไปงานรับปริญญาเพื่อนๆทุกคน...................แต่ไม่มีของให้นะเมิง ไม่มีตัง 4. ถ่ายรูปสวยๆจากงานในข้อ 3. ให้ได้เยอะที่สุด....................................ไว้่จะล้างรูปไปแจก 5. เล่นเปียโนให้ได้ประมาณcanon...เวอร์ไปป่ะ 6. ร้องเพลงให้ตรงคีย์... 7. ถ้าทำข้อ 6. ได้จะประกวดร้องเพลงที่คณะ... 8. ซื้อแฟลชให้น้องหนอน 400D 9. จบปี 4 ให้ได้...(-_-") 10. BREAK!!! ขอตะโกนดังๆอีกทีว่า... รอสอบซ่อมโว้ย โว้ย โว้ย โว้ย โว้ย !!! สวัสดี... December 31 สิ้นปี... เนื่องจากเห็นว่าเป็นวันหยุดยาว แล้วก็ไม่ได้มีโปรแกรมจะไปเที่ยวไหน ถ่ายรูปที่เซ็นทรัลเวิลด์ก็ถ่ายไปแล้ว อืม...งั้นเช่าหนังมาดูล่ะกัน ว่าแล้วข้าพเจ้าก็ลงไปที่ร้าน Tsutaya.....เนื่องจากหนังเรื่องสุดท้ายที่ได้ดูคือ รักแห่งสยาม
ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าซึมลึกอยู่นาน เลยเพิ่มความตื่นเต้นให้กับตัวเอง
ทำให้เลือดลมฉีดพล่านด้วยหนังโหดๆกันซักหน่อย 555 เริ่มด้วยเบาะๆ 1.A Drift เป็นหนังที่ว่าด้วยวัยรุ่นโง่ๆกลุ่มนึงแล่นเรือไปเล่นน้ำ แล้วลืมเปิดบันได ทำให้ขึ้นเรือไม่ได้ต้องลอยคออยู่กลางทะเล นานๆเข้าก็หมดแรงจมน้ำตายบ้างล่ะ สติแตกฆ่ากันเองบ้างล่ะ แต่สุดม้ายมันก็มีคนรอดมาได้อ่ะนะ ข้าพเจ้าเคยดูเรื่อง Open Water มันประมาณว่า คนสองคนลงไปดำน้ำ แล้วพอโผล่ขึ้นมาเรือก็หายไปแล้วมันก็ต้องลอยคอแอ้งแม้งอยู่กลางทะเล เป็นหนังที่หลอนมากกกกกกกกก มันไม่ได้มีฉลามโผล่มาเห็นกันสดๆ ฟันเป็นซี่ๆ เหมือน Jaws แต่มันเป็นฉลามว่ายวนไปวนมา เห็นแค่แวบๆ แล้วเป็นตอนกลางคืน ลองนึกถึงหนังผีที่เห็นผีเดินผ่านแวบๆ นั่นแหละประมาณนั้นเลย มันหลอนกว่าโผล่มาให้เห็นแบบตกใจเสียอีก หนังไม่มี sound effect อะไรมากมาย แต่เป็นเสียงคนร้องไห้ ไม่ก็กรีดร้องทั้งเรื่อง สุดท้าย 2 คนนั้นก็ตายแบบเงียบๆ ไม่ได้ตายแบบโดนฉลามพุ่งมาพร้อมอ้าปากงาบ เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา แต่จมหายไปเฉยๆ เข้าใจว่าโดนฉลามกินไป ก็เลยนึกว่า A Drift คงเป็นอารมณ์เดียวกัน แต่ไม่ใช่แฮะ ไม่ได้หลอนเลย ค่อนข้างผิดหวัง...เซ็ง ไปเรื่องที่สองดีกว่า 2. 13 เกมสยอง(13 Beloved) ปกติก็ไม่ได้ชอบหนังแนวนี้ซักเท่าไหร่ แต่ทำไมข้าพเจ้าถึงเช่ามาล่ะ... ก็เพราะมันเป็นหนังของมะเดี่ยว ผู้กำกับที่กำลังได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากหนังเรื่องล่าสุดคือ "รักแห่งสยาม" ไง ข้าพเจ้าชอบเนื้อหาของหนังเรื่องนี้(โดยไม่สนใจว่าใครจะบอกว่ามันเป็น หนังเกย์ หรือหาว่ากรุเป็นเกย์) เรื่องเนื้อหาของหนังข้าพเจ้าไม่ขอพูดถึง เพราะคงรู้กันหมดแล้วล่ะ ส่วนจะรู้แค่ไหนก็สุดแท้แต่ แต่จุดที่ข้าพเจ้าชอบหนังเรื่องนี้คือ สัญลักษณ์ต่างๆที่อยู่้ในหนัง รวมทั้งประเด็นการสะท้อนสังคม บวกกับที่ได้อ่านในพันธุ์ทิพย์มีแต่่คนชมว่า 13 เกมสยอง ของมะเดี่ยวนี้สุดยอดเหลือเกิน ก็เลยต้องไปหามาดูซักหน่อย พอได้ดูก็งงสิครับ ตามทันบ้างไม่ทันบ้าง จบก็จบแบบงงๆ ตอนแรกนึกว่าหักมุมแบบควายๆเหมือนรับน้องสยองขวัญ แต่มันเหมือนจะไม่ใช่ หลังจากอ่านบทวิจารณ์ตามเว็บถึงได้รู้ว่า่ มันต้องดู 12 เกมสยอง ซึ่งเป้นต้นกำเนิดของ 13 ก่อน (หาดูยากเหลือเกินไอ้ 12 Begin นี่) หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังผีแต่อย่างใด แต่เป็นหนังแนวจิตวิทยาหน่อยๆ ไปทางโรคจิตๆ ซึ่งแฝงไปด้วยความหมายประชดประชันสังคมอยู่ในที(สมัยรัฐบาลที่แล้ว555สะจาย โดยเฉพาะฉากตบแมลงวัน) เหมือนตบหน้าคนดูดัง ผัวะ! เพี๊ยะ! ผัวะ! แล้ว ฉึก!!! กระซวกด้วยมีดในตอนจบ เหมือนมันมาชี้หน้าด่าว่า มึงน่ะแหละไอ้ฆาตกร แล้วยิ่ง 12 begin นี่จบได้หักและโหดมากกกกกกกกกกก แสดงถึงสันดานดิบของมนุษย์อย่างแท้จริง ผลก็คล้ายๆรักแห่งสยามครับ เอาไปหลอนอยู่1-2วัน เดี๋ยวรอ 14 ออกจะไปดู หึหึหึ ใครสนใจก็ลองไปหามาดูล่ะกัน ไม่ใช่ดูแค่เอามันส์นะ ดูแล้วคิดด้วยว่าแต่ล่ะฉากสื่อแทนอะไรในสังคม...แล้วจะรู้ว่า เราทุกคนก็คือฆาตกรในสังคมที่กำลังถูกฆาตกรรมนั่นแหละ... 3. Hannibal Rising (เหอะๆ แต่ล่ะเรื่อง โหดๆทั้งน้าน) อุตส่าเอาเรื่องนี้ไว้ดูทีหลังสุด เพราะคิดว่ามันจะโหดสุด...ที่ไหนได้ ไม่ได้โหดอะไรเล้ยยยยยยยยยยยให้ตาย เหมือนจะโหด แต่ข้าพเจ้าว่า 13 โหดกว่าเยอะ ไอ้หนังเรื่องนี้มันไม่มีอะไรก็ฆ่าๆไป แต่ 13 มันมีความกดดันทางจิตใจและอารมณ์มากกว่า(แต่กงลี่ยังเซ็กซี่ไม่มีเปลี่ยน เหอๆๆ) 4. Pursuit of Happyness (เฮ้ย ทำไมหักมุมงี้อ่ะ อุตส่าสยองเลือดสาดมาตลอด ไหงจบด้วยเรื่องนี้ว่ะ!!!) อืม ทำไมถึงเช่าเรื่องนี้มารึ ไม่ได้เข้ากะธีมเลย...เหตุผลคือ ทางร้านมันมีโปรโมชั่น เช่า 3 แถม 1 ครับ จริงๆแล้วกะจะเช่า้ 13 เรื่องเดียว แต่เผอิญว่าง(ได้ข่าวว่าสอบวันที่ 3 แถมยังมีjournalที่ยังไม่ไ้ด้อ่าน...)เลยบานปลายไปหน่อย แหะๆ (^^") เป็นหนังดีอีก 1 เรื่องที่อยากแนะนำ คนบ้าอะไรว่ะ ชีวิตโคตรบัดซบ แต่โคตรสู้เลย ดูแล้วรุ้สึกว่า เรานี่โชคดีเนอะ เพราะยังมีคนโชคร้ายกว่าเราอีก ใครเหนื่อยๆท้อๆกับชีวิตลองหามาดูก็ดี จริงๆแล้วพระเอกเรื่องนี้กับเรื่อง 13 มันเหมือนกันเลยนะ แฟนทิ้ง ตกงาน ถังแตก หมดอาลัยตายอยากในชีวิต แต่สองคนนี้กลับเลือกทางเดินที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ภูชิต(13 เกมสยอง)เลือกที่ขายความเป็นมนุษย์ให้กับปีศาจ(ในที่นี้คือกิเลส หรือเงิน) ในขณะที่คริส(pursuit of happyness)เลือกที่ดิ้นรนสู้ความลำบากต่อไปโดยไม่รู้ว่าจะไปรอดหรือปล่าว ถ้าถามว่าเป็นคุณ คุณจะเลือกทางเดินไหน.....แน่นอนล่ะทุกคนต้องเลือกทางเดินที่สวยงามอยู่แล้ว...แต่ ชีวิตมันจะสวยงามเหมือนในหนังหรือ ถ้าคุณตกอยู่ในสภาวะที่ตกอับสุดๆ ขนาดข้าวยังไม่มีจะกิน แล้วมีคนมาบอกคุณว่าจะให้เงิน20บาท ถ้าคุณเพียงแค่ชกคนๆหนึ่ง คุณจะทำไหม? บางคนอาจจะทำ บางคนอาจจะไม่ทำ แต่ถ้าเป็น 100 บาทล่ะคุณจะทำไหม? แล้วถ้าเป็น 1000 บาทล่ะคุณจะว่าไง.....นี่ล่ะครับความจริงในสังคมไทยตอนนี้ ต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ด้วยทางเดินที่ถูกต้องนะครับ.... ความดีจะคงทน ตราบที่ใจคนยังหนักแน่น... สวัสดีปีใหม่... December 30 ถ่ายกันทุกปี... วันก่อนมีโอกาสได้ไปเดินถ่ายรูปแถวเซ็นทรัลเวิลด์มา ดีใจมากมายจะได้ใช้กล้องตัวใหม่ (canon 400D)...จริงๆก็ไม่ใหม่หรอก แต่ยังไม่เคยถ่ายงานปีใหม่ด้วยเจ้านี่เลย ก็ยังถือว่าใหม่สำหรับงานนี้ล่ะนะ ...
ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมไม่ถ่ายวันอื่นว่ะ จะได้แต่งสวยแต่งหล่อกันออกมา แต่ด้วยความที่ไอ้เปรมต้องกลับไปกินกระหรี่...ปั๊บ เลยต้อง ออกมาถ่ายหลังจากเลิกคลีนิค โดนม.(คนที่คุณก็รู้ว่า ใคร)ด่า หน้าโทรมๆ ใส่ชุดคลีนิกออกมาถ่ายรูปกัน ตอนแรกไปดู CD DEPAPEPE อัลบั้มใหม่ที่ DJ Siam แผ่นล่ะ 180 ก็ไม่ได้ซื้อ รอไปดูที่ B2S เซ็นทรัลเวิลด์ มันขาย 189 ... พลาดไป แต่โอเคน่ะ ขี้เกียจกลับไปที่สยาม ซื้อก็ซื้อว่ะ!!! แล้วก็กลับมานั่งที่ร้าน KOBUNE ข้าพเจ้าว่าปกติห้างนี้คนน้อยนะ แต่วันนี้แมร่งโคตรเยอะเลย กว่าจะหาร้านกินได้ เดินหากันเกือบครึ่งชม. กว่าจะได้กินก็เล่นเอาเหนื่อยไปตามๆกัน ... และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย หลังจากกินกันเสร็จแล้ว (ไม่ได้อิ่มเลย ให้ตาย)ก็ได้เวลาถ่ายรูป ต้นคริสตมาสหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ และฉากต่างๆ ที่ประดับแสงไฟสวยงามน่าถ่ายรูปยิ่งนัก หึหึหึ กล้องพร้อม ขาตั้งพร้อม นายแบบนางแบบพร้อม ลุย !!! พอ ถึง ลานด้านหน้าปุ๊ป เสียงเพลงจากลานเบียร์ 3 ลาน เสียงสาวๆ (ทั้งแท้และเทียม) กรี๊ดกร๊าดกันถ่ายรูป เสียงคนเดินไปเดินมา... นี่คนทั้งกรุงเทพมันพร้อมใจกันมาถ่ายรูปที่นี่ที่เดียวเหรอว่ะ!!! แล้วกรุจะไปถ่ายมุมไหนว่ะเนี่ย...เอาหน่าเดินๆไปก่อนเดี๋ยวก็ได้ซักมุมแหละ..... โอย กว่าจะได้ถ่ายแต่ล่ะรูปต้องต่อคิวถ่ายกันซะ แต่คนไทยใจดีครับ ถ่ายเสร็จแล้วก็รีบออก ด้วยเห็นว่ามีคนมายืนรอ(แต่บางคนมันก็ไม่สนใจนะ) แล้วด้วยความที่คนเยอะนี่เอง "ขาตั้งกล้อง" ที่อุตส่าแบกไปก็แทบไม่ได้ใช้ เพราะกว่าจะกาง กว่าจะตั้ง กว่าจะเล็ง นานครับ เกรงใจคนอื่นเค้า ยกแล้วกดเลยล่ะกัน ตั้งสงตั้งแสงอะไรก็ไม่ค่อยจะมีเวลาตั้งเท่าไหร่หรอก ผลเป็นไงล่ะครับ ก็ภาพสั่นเกือบหมดสิครับท่าน (T_T) แถมมืดอีก ไอ้มืดนี่แก้ใน photoshop ได้ไม่ยากหรอก แต่ไอ้สั่นนี่ดิ...เซ็ง หลังจากเดินถ่ายกันไปได้ซักพัก ด้วยความที่ตากล้อง(กรุเอง)ถือของเยอะ ทั้งกระเป๋า กระเป๋ากล้อง กล้อง ขาตั้ง (ตอนแรกให้เปรมถือแต่ ไม่ไว้ใจมัน เด๋วขางอ เลยเอามาถือเอง)บวกกับสภาพภูมิประเทศแบบคริสต์มาสแต่ภูมิอากาศแบบสงกรานต์ ตากล้องก็เริ่มตาลายสิครับ หน้ามันจนแว่นเกาะไม่อยู่ กล้องมันโฟกัสตรงไหน ไม่รู้มัวไปหมด ก็แว่นมันไหลอ่ะ แถมเหงื่อเข้าตาอีก อ๊ากกกกกกกก แสบตาโว้ย!!! ผลเป็นไงล่ะครับ.....เหล่านางแบบนายแบบก็หลุดโฟกัสสิครับ ไปโฟกัสป้ายบ้างล่ะ ต้นคริสต์มาสบ้างล่ะ ตึกบ้างล่ะ หลอดไฟ หมา คนขายของ ตากล้องคนอื่น ใครก็ไม่รู้เพื่อนกรูก็ไม่ใช่ ฯลฯ สรุปคือมัวครับ ยิ่งบางรูปสั่นด้วยนี่ไม่ต้องพูดเลย...เซ็งเป็ด แต่ที่ทรมานข้าพเจ้าที่สุดคือ...เรื่องของแสงครับ แสงและฉากที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์นี่ มันช่างท้าทายช่างกล้องมืออาชีพดีแท้ แต่มันเชี่ยกับตากล้องสมัครเล่นอย่างข้าพเจ้ามากมาย มันจาอารายว้า แสงมีทั้งแดง ส้ม เหลือง น้ำเงิน ขาว ฯลฯ แถมมีหมุนๆ เปลี่ยนสีเองได้ด้วยแน่ะ น่าน...มีลูกเล่น แล้วฉากนี่ก็สารพัดสีอีก แล้ววางให้มันบังกันเข้าไปสิ วางกันเข้าปายยยยยยยย ถ่ายมาครึ่งรูปสว๊างสว่าง อีกครึ่งก็มืดมนเหมือนอนาคตการเมืองไทย สรุปคือ ... เจ๊งครับ ภาพเสียเยอะมากกกกกกกกกกก แก้ใน photoshop ได้แค่บางส่วนครับ ภาพสั่นกะเบลอนี่หมดสิทธิ์ (รูปปูเสียเยอสุดดันอยู่ไม่นิ่งเอง) ก็เอามาทำเป็นโลโมขำๆไป แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ คนเราจะเติบโตขึ้นเมื่ออกหัก ครั้งหน้าไม่ แห้วแน่นอน...เอาใจช่วยกรุด้วยนะ
Happy New Year... ปล. 1.Depapepe อัลบั้มใหม่ที่อุตส่าเดินหา ไม่ได้เพราะเลย คราวหน้าโหลดมาฟังก่อนแล้วค่อย ไปซื้อดีกว่า 2.วันนั้นมีคนมาขอให้ถ่ายรูปเค้าบอกว่า เรียนหมอแต่ถ่ายรูปเก่งจังเลยค่ะ...(ดีใจมากมาย) 3.รูปอยู่ที่นี่ http://pong2607.multiply.com/photos/album/8 ไหว้พระ 9 วัด (Return)ตื่นนอน ... 4.เทวสถาน (โบสถ์พราหมณ์) เปรม : แล้ว ลูกมันกิน ได้ ป่าวคับ แม่ค้า : กิน ไม่ ได้ๆ ข้าง ใน มันคล้ายๆ มะ เฝือ หลัง จาก นั้น ก็ ไปกินข้าวมันไก่ที่ เต้ แนะนำ เพราะ เพื่อนมันเคยมาจีบลูกสาวเจ้าของร้าน ... แต่ แห้ว ... เปรม : ไปกินมนต์นมสด กัน !!! " ร้านเปิดบ่าย2ค่ะ " ... ระหว่างทางไปที่ต่อไปคณะ เดินทาง ได้ แวะซื้อขนมเบื้องโบราณสูตรชาววัง ข้าพเจ้า ไมไ่ด้ซื้อ เพราะ ยัง อิ่ม อยู่ และ ดูท่าทาง ไม่ ค่อยน่ากิน เท่า ไหร่นัก แต่ก็อด ไม่ ได้ ที่ จะ กัดของไอ้ เต้ ไปคำ นึง เต้ : อร่อยป่ะ? ตาม ความ คิดของข้าพเจ้า แล้ว ขนมเบื้องชิ้นล่ะ 10 บาท มันแพงมากกกกกกกกกกก ... แต่ ไม่ เป็น ไร เพราะ กรู ไม่ ได้ ซื้อ ... 5. เจ้าพ่อหลักเมือง ... ไหว้หลักเมือง ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี
7. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ... ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่งทุกวันคืน ตามวัดเกือบทุกที่ จะ มีพระพุทธรูปประจำ วันเกิด ให้ ทำ บุญ กัน ตามกำ ลัง เช่น เกิดวันศุกร์ก็ทำ บุญ 21 กำ ลัง = 21บาท นั่นเอง แต่ที่วัดนี้กลับ เป็น บทสวดสั้นๆ สวด ข้าพเจ้าดู แล้ว วันศุกร์ ต้อง สวด ถึง 21 จบ !!! ขอผ่านล่ะ กัน ... แต่ที่ทำ ให้ ข้าพเจ้ารู้สึก Amazing Thailand มากๆ อุปมาดังเห็นยักษ์วัดแจ้งมาตี กับ ยักษ์วัดโพธ์ นั่นก็คือ พระพุทธรูปประจำ วันเกิดอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง เมื่อหยอดเหรียญลงไปปุ๊ป กล่องเก็บเหรียญ จะ สวดมนต์ออกมาปั๊ป !!! เอาล่ะสิ จะ เิดินหนีก็ ใช่ ที่ คณะ เดินทาง จึง ต้อง ยกมือขึ้นประนมอนุ โมทนาสาธุ อยู่ ตรงหน้ากล่องเก็บเหรียญนั่นแหละ จนกว่าบทสวด จะ จบลง . มา ถึง สถานที่ที่ เป็น เอกลักษณ์ของวัดอรุณ นั่นก็คือมหา เจดีย์ขนาดยักษ์ที่ เราๆ ท่านๆ มันเห็นตามโปสการ์ดยามเย็นริมแม่น้ำ เจ้าพระยา งานนี้พอแม่งานอย่างปู เห็นบันไดปุ๊ปก็ถอดใจ ... " เรา ไม่ ขึ้นนะ "... ทางขึ้นชั้นที่ 1 ยัง ไม่ เท่า ไหร่ ชั้นที่2 ก็ ยัง พอไหว แต่ชั้นที่ 3 นี่ดิ พระ เจ้า ช่วย กล้วยทอด !!! ชันมากกกกกกกกกกกกกกกกก ทำ ไมชัน ได้ ใจขนาดนี้ แต่คณะ เดินทาง (ยกเว้นแม่งาน) ก็ ยัง พยายามปีนป่าย กัน ขึ้นไปจน ได้ "กรู จะ ลงท่า ไหนดีว่ะ???" หลัง จากdiscussกัน ซักพักก็ ได้ มา 3 ตัวเลือก ดังนี้ 1. เดินลงปกตินั่นแหละ ใครถนัดวิธี ไหนก็ เดินไป แต่ ส่วน ใหญ่ จะ เดินกึ่งๆ ระหว่างข้อ 2 และ 3 รวม ทั้ง ข้าพเจ้า เอง ด้วย ... หลัง จาก ข้าพเจ้า และ เพื่อนๆ เอาชีวิตรอด จาก การตกบันไดตายคา เจดีย์มา ได้ ก็ เดินถ่ายรูปไปเรื่อย ใน ขณะที่กำ ลัง จะ เข้า ไปถ่ายรูป กับ ฉากนางรำ นั้น ก็มีอีป้าที่ ไหน ไม่ รู้ตะ โกน ( หรือ จะ เรียกตะคอกดีว่ะ) "ถ่ายรูป ต้อง จ่ายตังนะน้อง" แถมพยายามลบภาพออก จาก กล้องของชาวต่างชาติที่ถ่ายไป แล้ว โดย ไม่ รู้อิ โหน่อิ เหน่ ... เสียตังก็ติดป้ายบอกสิว่ะ แม่ง !!! ริมน้ำ มีรูปปั้นคล้ายครุตแต่หน้าออกจีนๆ มีนม ด้วย ไม่ รู้ตัวอะ ไร ใครรู้บอก ด้วย ...
8. วัดพระ เชตุพลวิมลมังคลาราม ... ไหว้พระนอนวัดโพธ์ อยู่ ดีกินดีตลอดปีี พระนอน ใหญ่ มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ข้าพเจ้าจนปัญญา จะ ถ่ายภาพพระนอน ทั้ง หมด ได้ ขออภัย ... เดินเล่นเรื่อยเปื่อย แอบถ่ายน้องเหมียว ... อย่างที่ทุกท่านทราบ กัน ดี วัดโพธ์มีชื่อเสียงด้านการนวดแผนโบราณ ที่วัดนี้มี ทั้ง ภาพฝาผนังที่สอนวิธีการนวดแบบต่างๆ รวม ทั้ง แบบจำ ลองท่าดัดตนแบบต่างๆ ซึ่ง ข้าพเจ้า ไม่ แน่ ใจว่า จะ ช่วย ให้ สบายขึ้นจริง หรือ ปล่าว เพราะ หน้าฤๅ ษีบางรูปดู เหมือนปวดท้อง ยัง ไงชอบกล ... องค์พระประธาน ใน โบสถ์สวยมากๆ ... เปรม : กี่วัด แล้ว ? เพื่อนๆ : 7 วัด เปรม : นับโบสถ์พราหมณ์ ยัง ? เพื่อนๆ : ป่าวๆ ไม่ ได้ นับ เปรม : งั้นนับ ด้วย จะ ไ้ด้ เป็น 8 แล้ว ไปเก็บแต้มต่อที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ก็ครบ แล้ว ไปกินมนต์นมสด กัน ต่อ เพื่อนๆ : ... ด้วย เหตุนี้ที่ต่อไป จะ เป็น ที่สุดท้าย ... สุดท้ายก็ ไม่ ครบ 9 "วัด" อยู่ ดี ...
9. ศาลเจ้าพ่อเสือ เป็น สถานที่ข้าพเจ้า ไม่ อยาก เข้า เป็น ที่สุด เพราะ ควันธูปเยอะมาก แสบตา แถม ต้อง มานั่งระวัง ไม่ ให้ เศษธูปตก ใส่ กล้อง ด้วย เหตุนี้ เอง การไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือของคณะ เดินทาง จึง ไม่ มีรูปถ่ายมาฝากแต่อย่าง ใด ขออภัย ด้วย ...
มนต์นมสด ... การเดินทางอันยาว ไกล ดั่งคณะพระถังเดินทางตามหาพระ ไตรปิฎก "หงอคง" จึง เป็น แกนนำ คณะ แสวงบุญชุดนี้ ไปจบ ยัง ร้านมนต์นมสด ทันทีที่ขนมมา ถึง โต๊ะ เหล่าคณะ เดินทางก็ เหมือน จะ กลาย เป็น ร่างทรงของตือโป๊ยก่ายขึ้นมาพร้อมๆ กัน ... แยกย้าย กัน กลับ โดย สวัสดิภาพ ...
สวัสดี ... |
ตามไปดูรูปที่นี่นะ...
|
|||||||||
|
|